“Brand Promise” ตีให้แตกก่อนไป “Logo”

by Marketingsudting
"Brand Promise" ตีให้แตกก่อนไป "Logo"

ถ้าไม่มีการตีความหรือใส่ความหมาย โลโก้ก็เป็นแค่ภาพกราฟฟิกธรรมดาๆ ภาพหนึ่ง

แค่เปิดหัวข้อมาก็ชวนดราม่าซะแล้ว แต่ถ้าคุณลองพิจารณาดีๆ จะเห็นว่าสิ่งที่ผมพูดมานั้นถูกต้อง คุณมีไอเดียเกี่ยวกับธุรกิจโดยอยากทำร้านอาหารสักร้าน คุณเขียนแผนธุรกิจขึ้นมา หลังจากนั้นคุณก็เกิดไอเดียว่าคุณควรจะมีโลโก้สวยๆ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของร้าน หลังจากนั้นค่อยสร้างเว็บไซต์สำหรับสั่งอาหาร สั่งทำนามบัตร ทำหน้าร้าน บลาๆๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเหล่านี้ไม่มีอะไรผิด แต่คุณลืมบางสิ่งบางอย่างที่คัญที่สุดไป นั่นคือ “Brand Promise” หรือ “คำมั่นสัญญาของแบรนด์”

โลโก้ไม่ได้ช่วยให้คุณขายสินค้าได้

นี่เป็นสิ่งที่คนส่วนมากมักเข้าใจผิด โลโก้ช่วยให้คุณสามารถจดจำแบรนด์ต่างๆ ได้ก็จริง แต่ลองคิดดูว่าคุณเคยตัดสินใจซื้ออะไรบางอย่างเพียงเพราะคุณชอบโลโก้ของสินค้าหรือไม่? สาเหตุที่คุณซื้อเป็นเพราะว่าสินค้าเหล่านั้นตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ไม่ว่าจะทางด้านอารมณ์หรือประโยชน์ใช้สอย แต่ไม่ใช่เพราะโลโก้แน่นอน

ถ้าปราศจากการตีความหรือใส่ความหมาย Logo ก็แค่ภาพกราฟฟิกสวยๆ ภาพหนึ่ง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น หลายคนคิดว่าถ้ามีโลโก้ดีๆ ที่ดูน่าเชื่อถือ ผู้บริโภคจะเกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาในแบรนด์ ความจริงมีอะไรมากกว่านั้น

“Brand Promise” ตีให้แตกแล้วค่อยคิดถึงโลโก้

“Brand Promise” เป็นการประกาศคำมั่นสัญญาที่แบรนด์ให้ไว้กับผู้บริโภค เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีตามที่สัญญาไว้ เช่น “แอร์ไซฟิน ส่งมอบความสุขเย็นใจให้คุณและครอบครัว”

ถ้าคุณสามารถทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภคได้เขาจะเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ของคุณ แล้ววันหลังเมื่อเขาเห็นโลโก้ของคุณ เขาก็จะเลือกสินค้าคุณอย่างไม่ลังเล แต่ถ้าคุณไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ได้ ต่อให้โลโก้คุณสวยระดับโลกเขาก็ไม่สนใจ

จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าแอร์ไซฟินที่คุณซื้อมาไม่ถึงเดือนชอบมีปัญหา ต้องส่งช่างมาซ่อมแล้วซ่อมอีก คุณคงไม่รู้สึกเย็นใจเหมือน “Brand Promise” ข้างต้นเป็นแน่ และแน่นอนว่าคุณจะต้องเสียความรู้สึก และคงสัญญากับตัวเองว่าชาตินี้จะไม่มีวันแตะสินค้าแบรนด์นี้อีก

แทนที่คุณจะเสียเวลาและเงินทุนมากมายไปกับการจ้าง Freelance เพื่อสร้างโลโก้ที่ดีที่สุดสักอัน คุณลองเอาเวลาตรงนี้ไปกับการสร้าง Brand Promise ที่แข็งแกร่ง หลังจากนั้นค่อยคิดถึงโลโก้ที่จะสามารถสะท้อนถึง Brand Promise ที่คุณมี โดยที่ไม่ต้องใช้เงินทุนหรือใช้เวลาไปกับตรงนี้มาก

อย่าลืมว่าผู้บริโภคซื้อเพราะตัวสินค้า ซื้อเพราะเขาคาดหวังในคำมั่นสัญญาที่คุณประกาศ ไม่ได้ซื้อเพราะโลโก้

Related Articles

Leave a Comment