5 วิธีป้องกันบัญชี Facebook Ads ถูก Hack!

by Marketingsudting
Facebook Ads ถูก Hack

ถ้าคุณเป็นคนที่ติดตามข่าวสาร คุณจะเห็นข่าวอยู่เนืองๆ ว่ามีบัญชีผู้ใช้งาน Facebook Ads ถูก Hack ลักษณะการ Hack ที่เห็นอยู่บ่อยๆ คือการตัดบัตรเครดิตที่ผูกกับบัญชี Facebook Ads สำหรับการลงโฆษณาไปจนหมด! ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องลงโฆษณากับทาง Facebook บ่อยๆ เจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าไปคงขำไม่ออกแน่ จะดีกว่าไหมถ้าคุณสามารถป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่าเกิดขึ้นแล้วมาแก้ไขทีหลัง

1. จำกัดบัญชีผู้ใช้งานที่เป็น Admins

บางครั้งบัญชีธุรกิจที่คุณดูแลอาจเป็นบัญชีของบริษัทที่มีทีมงานคอยดูแลหลายคน และการที่มีผู้ดูแลหลายคนนั่นเองกลับกลายเป็นจุดอ่อนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะบัญชีที่ได้รับสิทธิเป็น Admins จะมีความสุ่มเสี่ยงค่อนข้างสูงกว่าแบบอื่นๆ เพราะมีสิทธิในการควบคุมได้หลายส่วน แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งบัญชีส่วนตัวของคนเหล่านั้นถูก Hack ขึ้นมาเมื่อไหร่โอกาสที่จะเกิดความเสียหายย่อมมีสูง ดังนั้นจึงควรมอบสิทธิ Admins ให้กับเฉพาะผู้ที่มีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น

นอกจากนั้นถ้ามีพนักงานที่ดูแลบัญชีลาออกไป อย่าลืมลบคนเหล่านั้นออกจากสิทธิผู้ดูแลบัญชีด้วย โดยสามารถจัดการได้ในหน้า Page Roles

Facebook Ads

ภาพที่ 1.1 การลบบัญชีผู้ดูแล Facebook Ads

2. ลบ Business Integration Apps ที่ไม่จำเป็น

Business Integrations คือแอพต่างๆ ที่คุณอนุญาตให้ Connect เข้ากับ Facebook เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามที่กำหนด ถ้าเป็นแอพทั่วไปคงไม่น่าห่วง แต่ถ้าเป็นแอพหลอกลวงที่ถูกสร้างขึ่นโดยมีเจตนาที่ไม่ดีแบบนี้ค่อนข้างน่ากลัว

คุณสามารถตรวจสอบ Business Integrations Apps ที่เชื่อมต่อกับบัญชี Facebook ได้ตรง Setting -> Business Integrations ถ้าพบแอพหรือเว็บไซต์ใหนที่คุณไม่คุ้นเคยสามารถติ๊กถูกแล้วกด Remove ได้ทันที

Facebook Business Integrations

Remove Facebook Business Integrations

3. ตั้ง Password ที่ซับซ้อน

ยิ่ง Password ของคุณคาดเดาได้ง่าย โอกาสที่จะถูก Hack ย่อมมีสูง เพื่อความปลอดภัยของบัญชีส่วนตัว คุณลืม Password ประเภทรหัสบัตรประชาชนหรือวันเกิดแฟนไปได้เลย เพราะนอกจากจะสิ้นคิดแล้วยังคาดเดาได้ง่ายมากๆ อีกด้วย Password ที่ดีควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 8 ตัวอักษร ต้องประกอบไปด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ โดยมีทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ มีอักขระพิเศษอย่างน้อย 1 ตัว และที่สำคัญต้องไม่มีความหมาย เช่น fe8%(/v$[EcB[Fwg

เมื่อคุณได้ Password ที่ซับซ้อนแล้ว เพื่อความปลอดภัยคุณควรหมั่นเปลี่ยน Password อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

4. เปิดใช้งานระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น

ระบบยืนยันตัวตน 2 ชั้น(Two-factor authentication) เป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้การ Log In เข้าใช้งานบัญชีมีความปลอดภัยและรัดกุมยิ่งขึ้น โดยนอกจากจะต้องใช้ Password ในการ Log In ชั้นแรกแล้ว ยังต้องใช้มือถือในการยืนยันตัวตนอีกชั้นหนึ่งด้วย

ขั้นแรกให้เข้าไปที่ Setting ของ Account แล้วไปที่ Security and Login

Use two-factor authentication

(ภาพที่ 4.1)

เลื่อนไปด้านล่างตรงแถบ Two-Factor Authentication ให้คลิก Edit ตรง Use two-factor authentication

4-2-Two-factor

จะปรากฎหน้าจอตั้งค่ารูปแบบการยืนยันตัวตน ให้เลือกรูปแบบตามที่คุณสะดวก แล้วทำตามขั้นตอนต่อไปเรื่อยๆ จนเสร็จสิ้น สุดท้ายอย่าลืมเปิดการแจ้งเตือนการ Log In ด้วย โดยเมื่อมีใครเข้าใช้งานโดยใช้รหัสของคุณ ทาง Facebook จะแจ้งเตือนผ่านช่องทางที่คุณระบุ

Use Facebook two-factor authentication

5. หลีกเลี่ยงการคลิก Link ใดๆ ที่สุ่มเสียง

ข้อนี้ถือว่าสำคัญที่สุด ปัจจุบัน Hacker มีหลากหลายวิธีในการขโมยข้อมูลจากผู้ใช้งาน Facebook และวิธียอดนิยมที่หลายคนโดนบ่อยๆ คือการคลิกลิงค์แปลกปลอมที่มีการใส่ Malware เพื่อดักจับข้อมูลส่วนบุคคล เรียกวิธีนี้ว่า “Phishing” เช่น การปลอมแปลงหน้าตาของเว็บไซต์และ URL ขององค์กรต่างๆ ที่มีความน่าเชื่อถือ แล้วหลอกให้กลุ่มเป้าหมายคลิกหรือกรอกข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อโจรกรรมข้อมูล ดังนั้นถ้ามีลิงค์อะไรก็ตามถูกส่งเข้ามาแล้วร้องขอให้คุณกระทำการบางอย่างที่อาจสุ่มเสี่ยง ให้คุณตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจเป็น Phishing ห้ามคลิกเด็ดขาด!

Related Articles

Leave a Comment