10 ช่องทางที่ลูกค้าหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ

by Marketingsudting
10 ช่องทางที่ลูกค้าหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ

ในฐานะนักการตลาดหรือพ่อค้าแม่ค้า ต้องเข้าใจให้ดีว่าลูกค้าใช้ช่องทางใหนในการหาข้อมูลเพื่อเลือกซื้อสินค้าและบริการ เพราะคุณจะได้โฟกัสการทำการตลาดได้ถูกจุด

วันนี้ผมรวบรวมมา 10 ช่องทางหลักๆ รวมไปถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละช่องทาง ที่เมื่อคุณรู้แล้ว คุณสามารถ Apply และสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจคุณได้ (ในที่นี้ผมจะขอไม่พูดถึงสื่อ Social Network เพราะคิดว่าทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้ว)

1. คำแนะนำจากเพื่อนหรือคนรู้จัก

เป็นกระแสปากต่อปาก มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจ หลายแบรนด์โดยเฉพาะแบรนด์เล็กๆ เกิดใหม่ทั้งหลายจึงนิยมแจกสินค้าให้ไปทดลองใช้ฟรีๆ แถมยังแจกหลายชิ้นด้วย เผื่อเอาไปฝากเพื่อนฝูง

2. รีวิวตามเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ

ตรงนี้มักต้องอาศัย Influencer หรือเหล่าคนดังต่างๆ ตามเว็บไซต์ เพราะสามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้มาก และคนเหล่านี้มีผู้ติดตามสูง จึงทำให้มีโอกาสที่สินค้าจะขายดีและเป็นที่รู้จักเร็ว

3. ประสบการณ์ที่ดีในอดีต

เป็นประสบการณ์ดีๆ ที่ลูกค้าได้รับจากแบรนด์หนึ่งๆ เมื่อแบรนด์เหล่านี้ออกสินค้าใหม่ๆ มา จึงไม่พลาดโอกาสที่จะลองซื้อลองใช้ อาจกล่าวได้ว่าบุคคลเหล่านี้มีความภักดีต่อแบรนด์ก็ได้

4. แบรนด์ / ความน่าเชื่อถือ

เวลาลูกค้าจะซื้ออะไรต้องดูแล้วดูอีก ถ้าเทียบระหว่างสินค้าไม่มีแบรนด์หรือโนเนม กับสินค้าที่มีแบรนด์และติดตลาดแล้ว คนมีแนวโน้มที่จะซื้ออย่างหลังมากกว่า ดังนั้นการที่คุณจะขายอะไรตามบนโลกออนไลน์ คุณต้องมีแบรนด์และต้อง Build Brand ให้ได้ โดยเฉพาะความน่าเชื่อถือนั้นสำคัญมากๆ ไม่ว่าจะขายสินค้าอะไรก็ตาม

5. คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

อาศัยความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาแพงหรือเกี่ยวกับสุขภาพ คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยได้มากทีเดียว

6. บทความ/เว็บบอร์ด

เดี๋ยวนี้จะซื้อจะใช้อะไรก็ต้องหารีวิวหาข้อมูลก่อน โดยเฉพาะบนเว็บไซต์ต่างๆ ที่นิยมในเมืองไทยก็เช่น Pantip เพราะเสมือนเป็นมุมมองจากผู้บริโภคที่ได้ทดลองใช้จริงๆ(เหมือนสวมรองเท้าข้างเดียวกัน) ถ้าคุณสามารถ List เว็บไซต์ดังๆ และสามารถสร้างการมีตัวตนบนนั้นได้ ผมกล้าการันตีเลยว่ายังไงคุณก็ขายได้ แถมยังขายดีด้วย

7. ทีวี

เป็นสื่อเก่าที่เคยนิยมและเฟื่องฟูมากในอดีต แต่ก็ยังถือว่าสำคัญอยู่ดีในสมัยนี้ ข้อดีคือมีความน่าเชื่อถือสูง และเป็นวงกว้าง ข้อเสียคือมีราคาแพง และเพราะความเป็นวงกว้างของมันจึงไม่สามารถจำกัดผู้รับสารได้ สินค้าที่เหมาะกับสื่อนี้มักเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่ติดตลาดแล้วมากกว่า

8. ออกบูธ / สัมมนา

เป็น Touch Point ที่สำคัญในการสร้างประสบการณ์ทางตรงให้กับลูกค้า ข้อดีคือสามารถให้ข้อมูลและสาธิตผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มที่ พนักงานถือว่ามีบทบาทสำคัญในการเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์ที่ดี(ถ้าคุณมีโอกาสออกบูธหรือสัมมนา อย่าลืมเทรนพนักงานของคุณให้ดี)

9. วีดีโอ

ถือว่าเป็นสื่อที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ โดยเฉพาะใน Youtube ที่แทบจะมีรีวิวสินค้าแทบทุกอย่างให้คุณเลือกดูเลือกชม หรือบน Facebook ที่มี Live สดต่างๆ มากมาย ที่จริงข้อนี้สามารถรวมอยู่ในข้อ 6 ได้ แต่เพราะความพิเศษของมันในแง่ที่ว่ามันเป็นภาพเคลื่อนไหว มีความสดกว่า และยากที่จะตกแต่งใดๆ ทำให้สามารถสร้างประสบการณ์โดยรวมได้ดีกว่า ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจในการซื้อได้อย่างยอดเยี่ยม (ถ้าคุณขายของแล้วมีรีวิวเป็นวีดีโอ จะช่วยกระตุ้นยอดขายของคุณได้ดีมาก)

10. ตามกระแส

ช่วงนั้นสินค้าเหล่านี้กำลังเป็นที่นิยม ก็ซื้อตามคนอื่นๆ โดยมากผู้ที่ซื้อตามกระแสพอหมดกระแสก็จะเลิกซื้อ ถือว่าเป็นลูกค้าขาจร แต่ถ้าสินค้าคุณดีจริง แถมบริการก็เยี่ยม ก็มีโอกาสที่คนเหล่านั้นจะกลายลูกค้าขาประจำ

พอคุณรู้วิธีการหาข้อมูลของลูกค้าแล้ว และรู้ลักษณะเฉพาะของสื่อแต่ละช่องทาง คุณก็สามารถ Apply วิธีการเหล่านี้ในการสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้ 

Related Articles

Leave a Comment